สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
Home ข่าวพลังงาน

ทีดีอาร์ไอ จัดสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี”

by admin
14 มกราคม 2025
Reading Time: 4 mins read
ทีดีอาร์ไอ จัดสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี”
Share on FacebookShare on Twitter
  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
จำนวนผู้เข้าดูโพสต์: 223

ทีดีอาร์ไอ จัดสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี” แนะเร่งปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ แทนการตรึงราคาที่จะเป็นต้นทุนเศรษฐกิจในอนาคตและสร้างผลกระทบระบบพลังงานของประเทศ หนุนเดินเครื่องปฏิรูปกิจการไฟฟ้าให้เสรีด้วยพลังงานสะอาด รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจสะดุด ต้นทุนการผลิตสูง นักลงทุนต่างชาติย้ายฐาน

วันที่ 14 มกราคม 2568 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดงานสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี” พร้อมกับเปิดข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟอย่างเป็นธรรม และการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าให้เป็นแบบเสรีด้วยพลังงานสะอาด โดยร่วมกับมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน สมาคมพลังงานหมุนเวียน (RE100) กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน

​ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงานทีดีอาร์ไอ เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างรอบด้าน ว่า การตรึงราคาค่าไฟฟ้า แม้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะสั้น แต่ในความเป็นจริง แนวทางนี้กลับสร้างผลกระทบในหลายด้านทั้งเป็นต้นทุนเศรษฐกิจในอนาคต และต่อระบบพลังงานของประเทศ อาทิ 1. สภาพคล่องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ต้องรับภาระต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงได้ 2. เสี่ยงต่อการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้ผู้บริโภคขาดแรงจูงใจในการประหยัดไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง และ 3. โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความมั่นคงของระบบพลังงานต้องเผชิญกับปัญหาราคาขายไฟฟ้าที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการขาดแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือการลงทุนเพิ่มเติม อันจะกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

3 ข้อเสนอ “เขย่าโครงสร้างราคา” แก้ปัญหาค่าไฟแพง

ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงเป็นไปอย่างยั่งยืน คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ เสนอแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟอย่างเป็นธรรม ดังนี้ 1. ในระยะสั้นที่ไทยยังต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ควรสนับสนุนให้มีการแข่งขันทางด้านราคา และมีมาตรการดูแลในเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรม 2. พิจารณาการคำนวณต้นทุนค่าผ่านท่อก๊าซ ตรวจสอบให้การคิดค่าผ่านท่อสะท้อนต้นทุนการสร้างตามอายุการใช้งานที่แท้จริง และควรทบทวนหลักเกณฑ์การจองท่อ (TSO Code) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่อก๊าซ ลดค่าใช้จ่ายการจองที่ไม่ได้ใช้งานจริง 3. ควรดำเนินการปรับหลักการคิดค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่เป็นรูปธรรม โดยทบทวนการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น สำหรับโรงไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีการก่อสร้าง ควรยกเลิกการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว แต่ถ้าต้องทำสัญญาควรทบทวนให้มีการปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยให้ผู้ผลิตไฟฟ้าร่วมกันรับผิดชอบต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อลดภาระค่าความพร้อมจ่าย อย่างไรก็ตามการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าข้างต้น เป็นเพียงมาตรการในระยะสั้น การแก้ปัญหากิจการไฟฟ้าอย่างยั่งยืนต้องพิจารณาทั้งห่วงโซ่อุปทานที่จะทำให้ไทยได้ไฟฟ้าสะอาดในราคาที่เป็นธรรม และตอบรับกับการมุ่งสู่เป้าหมาย เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเครื่องมือที่จะช่วยเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านนี้ คือการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี

แนะ 2 แนวทาง “ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี” เพื่อราคาที่เป็นธรรม

​ด้านนายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยถึงข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางในการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าให้เป็นแบบเสรี ด้วยพลังงานสะอาด ว่า การจะทำตลาดไฟฟ้าเสรีอย่างเป็นระบบได้นั้นภาครัฐต้องคำนึงถึง 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1. เร่งเปิดสิทธิ์ให้เอกชนเชื่อมต่อระบบสายส่ง และสายจำหน่ายไฟฟ้า โดยดำเนินการเป็นระยะ ๆ ทยอยเริ่มจากเปิดสิทธิ์ให้กับภาคส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM และภาคอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด 100 เปอร์เซ็นต์ (RE 100) ภายในปี พ.ศ.2573 2. การคิดค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อสายส่ง ต้องสอดคล้องกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยในส่วนของต้นทุนระบบโครงข่าย (Wheeling Charge) ควรมีติดตามและทบทวนการคำนวณต้นทุนของระบบทุก 3-5 ปี เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ในระยะแรกควรมีการคิดต้นทุนของระบบที่ไม่ซับซ้อน โดยขึ้นกับระยะทางเป็นหลักและปรับเป็นการเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงข่าย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเอกสารประกอบการนำเสนอ)

คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ ระบุด้วยว่า กรณีศึกษาของญี่ปุ่นและเยอรมนี พบว่าหลังเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีค่าไฟถูกลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่มีบางช่วงที่ค่าไฟแพงขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สูงขึ้น ดังนั้นการสนับสนุนการเปิดตลาดไฟฟ้าของประเทศไทยจึงควรควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดที่จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางด้านราคาที่ผันผวนของเชื้อเพลิงฟอสซิลได้

​คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ ยังชี้ความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องขยับเข้าสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ซึ่งหากไทยไม่เร่งเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีเพื่อเร่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด จะเผชิญกับผลกระทบใน 3 ด้าน ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในด้านเศรษฐกิจ การไม่เปิดตลาดไฟฟ้าเสรีจะทำให้ผู้ประกอบการได้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดไม่เพียงพอ ซึ่งกระทบต่อไปยังต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาการซื้อไฟฟ้าผ่านโครงการไฟฟ้าสีเขียว หรือ Utility Green Tariffs (UGT) ในราคาที่มีต้นทุนสูงกว่าไฟฟ้าทั่วไป

นอกจากนี้การที่ไทยไม่สามารถจัดสรรไฟฟ้าพลังงานสะอาดมากพอ ยังกระทบต่อการส่งออก ตามกลไกกการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ทำให้ผู้ส่งออกต้องเสียค่าธรรมเนียมคาร์บอนซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันหากไทยยังไม่เร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด อาจทำให้ประเทศสูญเสียการลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนต่างชาติถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการลงทุนรวมจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนในไทยรวมกว่า 8.7 แสนล้านบาท (ปี 2561-2566) รวมทั้งสูญเสียโอกาสดึงดูดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องพึ่งพาพลังงานสะอาด เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าถึง 6.9 แสนล้านบาท หรือ 48 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด

“การที่เป้าพลังงานสะอาดของรัฐ และความต้องการพลังงานสะอาดของภาคธุรกิจ ไม่สอดคล้องกันทำให้เกิดช่องว่างขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ภาคการผลิต ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น หรือเลือกซัพพลายเออร์จากประเทศที่มีที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนกว่า ดังนั้น ถ้าไทยมีการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีจะส่งเสริมให้มีผู้ผลิตไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กับประเทศ เป็นการช่วยปิดความเสี่ยงจากการถอนการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ได้” คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอระบุ

​ส่วนผลกระทบด้านสังคมนั้น พบว่าจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะส่งผลให้ตำแหน่งงานในธุรกิจสีน้ำตาล (ธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก) ลดลง สำหรับประเทศไทยมีตำแหน่งงานที่อยู่ในธุรกิจสีน้ำตาลที่มีความเสี่ยงที่จะลด และหายไปจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสูงถึง 11 ล้านตำแหน่ง แต่ในขณะที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของงานสีเขียวในประเทศเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น จึงกล่าวได้ว่างานสีเขียวในไทยเติบโตไม่ทันที่จะรองรับแรงงานที่มาจากธุรกิจสีน้ำตาล และยังทำให้ความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น เนื่องจากรายได้ของแรงงานสีเขียวมีแนวโน้มสูงกว่าแรงงานดั้งเดิม ดังนั้น การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีจะเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการสร้างตำแหน่งงานใหม่ในสังคม และพัฒนาทักษะแรงงานในปัจจุบัน

ท้ายที่สุด ในด้านสิ่งแวดล้อม หากไทยไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดได้เพียงพอ ภาคการผลิตต่าง ๆ ยังต้องพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลต่อไป ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ลดลง และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินสู่เป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน

“ประเทศไทยต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาดในราคาที่เป็นธรรมเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน รักษามูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ป้องกันผลกระทบทางลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านเครื่องมือที่จะช่วยให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ คือการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีด้วยพลังงานสะอาด โดยหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือ เปิดตลาดไฟฟ้าเสรีเพื่อเร่งผลิตไฟฟ้าสะอาดให้ได้ 41 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2573 ให้กับภาคส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจาก CBAM และภาคการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งควรที่จะถูกระบุในร่างแผน PDP 2024 ด้วย แต่น่าเสียดายว่าการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีด้วยพลังงานสะอาดกลับไม่ได้ถูกหยิกยกมาไว้ในร่างแผน PDP 2024 แต่อย่างใด” คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ ระบุ

____

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

Tags: ตลาดไฟฟ้าเสรีทีดีอาร์ไอสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยไฟแพง…แก้อย่างไร?
ShareTweet

Related Posts

“57 ปี กฟผ.” ยืนหยัดรักษาความมั่นคงพลังงาน เร่งเดินหน้าพลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

“57 ปี กฟผ.” ยืนหยัดรักษาความมั่นคงพลังงาน เร่งเดินหน้าพลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตพลังงานโลก

by ppat2508 ppat2508
5 พฤษภาคม 2026
0

"57 ปี กฟผ." ยืนหยัด...

ภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสัมมนา ชูโรดแมปพลังงานในพื้นที่ EEC

ภาคีเครือข่าย เปิดเวทีสัมมนา ชูโรดแมปพลังงานในพื้นที่ EEC

by ppat2508 ppat2508
5 พฤษภาคม 2026
0

จังหวัดฉะเชิงเทรา – ...

SCG Cleanergy ปักหมุดโครงการ Government PPA

SCG Cleanergy ปักหมุดโครงการ Government PPA

by ppat2508 ppat2508
30 มกราคม 2026
0

SCG Cleanergy ปักหมุ...

CP LAND คว้า Thailand Energy Awards 2025 ตอกย้ำแนวทางบริหารพลังงานอย่างเป็นระบบ

CP LAND คว้า Thailand Energy Awards 2025 ตอกย้ำแนวทางบริหารพลังงานอย่างเป็นระบบ

by ppat2508 ppat2508
24 มกราคม 2026
0

CP LAND คว้า Thailan...

  • Trending
  • Comments
  • Latest

ขอเชิญชวน… ญาติธรรม.. ร่วมทำบุญสร้างถนนเข้าวัด “เส้นทางถนน สายบุญใหม่“

4 พฤษภาคม 2021
“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

7 พฤศจิกายน 2022
อ.ส.ท. ฉลองครบรอบ 65 ปี ชวนเที่ยว “OSOTHO & FRIENDS Garden Fair”

อ.ส.ท. ฉลองครบรอบ 65 ปี ชวนเที่ยว “OSOTHO & FRIENDS Garden Fair”

8 สิงหาคม 2025

ซีพี ออลล์ ชี้แจงกรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา

0

โลตัส เปิดตัวโครงการ “ถุงคืนชีพ สร้างอาชีพ”

0

ผู้ว่าฯอยุธยา ตรวจเยี่ยมปฏิบัติการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

0
GULF x ทันตะ จุฬาฯ ส่งโครงการ “GULF Sparks Smiles ปี 6” มอบรอยยิ้มสดใสให้ชาวปราจีนบุรี

GULF x ทันตะ จุฬาฯ ส่งโครงการ “GULF Sparks Smiles ปี 6” มอบรอยยิ้มสดใสให้ชาวปราจีนบุรี

11 พฤษภาคม 2026
บีเจซี สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก ครองอันดับ 1 ด้านความยั่งยืนกลุ่ม Food & Staples Retailing

บีเจซี สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก ครองอันดับ 1 ด้านความยั่งยืนกลุ่ม Food & Staples Retailing

11 พฤษภาคม 2026
ทิพยประกันชีวิต จับมือ ทิพยประกันภัย ร่วมออกบูธในงาน Money Expo 2026

ทิพยประกันชีวิต จับมือ ทิพยประกันภัย ร่วมออกบูธในงาน Money Expo 2026

11 พฤษภาคม 2026
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)

Copyright © 2017 JNews.

Navigate Site

  • Home
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ข่าวล่าสุด

Follow Us

No Result
View All Result
  • Home
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวภูมิภาค
  • ข่าวสังคม

Copyright © 2017 JNews.