สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
Home ข่าวพลังงาน

ทีดีอาร์ไอ จัดสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี”

by admin
14 มกราคม 2025
Reading Time: 4 mins read
ทีดีอาร์ไอ จัดสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี”
Share on FacebookShare on Twitter
  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
จำนวนผู้เข้าดูโพสต์: 274

ทีดีอาร์ไอ จัดสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี” แนะเร่งปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ แทนการตรึงราคาที่จะเป็นต้นทุนเศรษฐกิจในอนาคตและสร้างผลกระทบระบบพลังงานของประเทศ หนุนเดินเครื่องปฏิรูปกิจการไฟฟ้าให้เสรีด้วยพลังงานสะอาด รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจสะดุด ต้นทุนการผลิตสูง นักลงทุนต่างชาติย้ายฐาน

วันที่ 14 มกราคม 2568 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดงานสัมมนา “ไฟแพง…แก้อย่างไร? เขย่าโครงสร้างราคา ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี” พร้อมกับเปิดข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟอย่างเป็นธรรม และการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าให้เป็นแบบเสรีด้วยพลังงานสะอาด โดยร่วมกับมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน สมาคมพลังงานหมุนเวียน (RE100) กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน กลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน

​ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงานทีดีอาร์ไอ เสนอแนวทางการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอย่างรอบด้าน ว่า การตรึงราคาค่าไฟฟ้า แม้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะสั้น แต่ในความเป็นจริง แนวทางนี้กลับสร้างผลกระทบในหลายด้านทั้งเป็นต้นทุนเศรษฐกิจในอนาคต และต่อระบบพลังงานของประเทศ อาทิ 1. สภาพคล่องของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ต้องรับภาระต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงได้ 2. เสี่ยงต่อการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้ผู้บริโภคขาดแรงจูงใจในการประหยัดไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง และ 3. โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก ที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความมั่นคงของระบบพลังงานต้องเผชิญกับปัญหาราคาขายไฟฟ้าที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการขาดแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือการลงทุนเพิ่มเติม อันจะกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

3 ข้อเสนอ “เขย่าโครงสร้างราคา” แก้ปัญหาค่าไฟแพง

ดังนั้นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าแพงเป็นไปอย่างยั่งยืน คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ เสนอแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟอย่างเป็นธรรม ดังนี้ 1. ในระยะสั้นที่ไทยยังต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ควรสนับสนุนให้มีการแข่งขันทางด้านราคา และมีมาตรการดูแลในเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรม 2. พิจารณาการคำนวณต้นทุนค่าผ่านท่อก๊าซ ตรวจสอบให้การคิดค่าผ่านท่อสะท้อนต้นทุนการสร้างตามอายุการใช้งานที่แท้จริง และควรทบทวนหลักเกณฑ์การจองท่อ (TSO Code) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่อก๊าซ ลดค่าใช้จ่ายการจองที่ไม่ได้ใช้งานจริง 3. ควรดำเนินการปรับหลักการคิดค่าความพร้อมจ่าย (AP) ที่เป็นรูปธรรม โดยทบทวนการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น สำหรับโรงไฟฟ้าที่จำเป็นต้องมีการก่อสร้าง ควรยกเลิกการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว แต่ถ้าต้องทำสัญญาควรทบทวนให้มีการปรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยให้ผู้ผลิตไฟฟ้าร่วมกันรับผิดชอบต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อลดภาระค่าความพร้อมจ่าย อย่างไรก็ตามการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าข้างต้น เป็นเพียงมาตรการในระยะสั้น การแก้ปัญหากิจการไฟฟ้าอย่างยั่งยืนต้องพิจารณาทั้งห่วงโซ่อุปทานที่จะทำให้ไทยได้ไฟฟ้าสะอาดในราคาที่เป็นธรรม และตอบรับกับการมุ่งสู่เป้าหมาย เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเครื่องมือที่จะช่วยเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านนี้ คือการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี

แนะ 2 แนวทาง “ขยับสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี” เพื่อราคาที่เป็นธรรม

​ด้านนายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยอาวุโส ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยถึงข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางในการปฏิรูปกิจการไฟฟ้าให้เป็นแบบเสรี ด้วยพลังงานสะอาด ว่า การจะทำตลาดไฟฟ้าเสรีอย่างเป็นระบบได้นั้นภาครัฐต้องคำนึงถึง 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้

1. เร่งเปิดสิทธิ์ให้เอกชนเชื่อมต่อระบบสายส่ง และสายจำหน่ายไฟฟ้า โดยดำเนินการเป็นระยะ ๆ ทยอยเริ่มจากเปิดสิทธิ์ให้กับภาคส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการ CBAM และภาคอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด 100 เปอร์เซ็นต์ (RE 100) ภายในปี พ.ศ.2573 2. การคิดค่าธรรมเนียมเชื่อมต่อสายส่ง ต้องสอดคล้องกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยในส่วนของต้นทุนระบบโครงข่าย (Wheeling Charge) ควรมีติดตามและทบทวนการคำนวณต้นทุนของระบบทุก 3-5 ปี เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ในระยะแรกควรมีการคิดต้นทุนของระบบที่ไม่ซับซ้อน โดยขึ้นกับระยะทางเป็นหลักและปรับเป็นการเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงข่าย (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเอกสารประกอบการนำเสนอ)

คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ ระบุด้วยว่า กรณีศึกษาของญี่ปุ่นและเยอรมนี พบว่าหลังเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีค่าไฟถูกลงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่มีบางช่วงที่ค่าไฟแพงขึ้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สูงขึ้น ดังนั้นการสนับสนุนการเปิดตลาดไฟฟ้าของประเทศไทยจึงควรควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานสะอาดที่จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงทางด้านราคาที่ผันผวนของเชื้อเพลิงฟอสซิลได้

​คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ ยังชี้ความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องขยับเข้าสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ซึ่งหากไทยไม่เร่งเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีเพื่อเร่งผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด จะเผชิญกับผลกระทบใน 3 ด้าน ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในด้านเศรษฐกิจ การไม่เปิดตลาดไฟฟ้าเสรีจะทำให้ผู้ประกอบการได้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดไม่เพียงพอ ซึ่งกระทบต่อไปยังต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาการซื้อไฟฟ้าผ่านโครงการไฟฟ้าสีเขียว หรือ Utility Green Tariffs (UGT) ในราคาที่มีต้นทุนสูงกว่าไฟฟ้าทั่วไป

นอกจากนี้การที่ไทยไม่สามารถจัดสรรไฟฟ้าพลังงานสะอาดมากพอ ยังกระทบต่อการส่งออก ตามกลไกกการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ทำให้ผู้ส่งออกต้องเสียค่าธรรมเนียมคาร์บอนซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันหากไทยยังไม่เร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด อาจทำให้ประเทศสูญเสียการลงทุนโดยตรงจากนักลงทุนต่างชาติถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าการลงทุนรวมจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนในไทยรวมกว่า 8.7 แสนล้านบาท (ปี 2561-2566) รวมทั้งสูญเสียโอกาสดึงดูดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องพึ่งพาพลังงานสะอาด เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีมูลค่าถึง 6.9 แสนล้านบาท หรือ 48 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด

“การที่เป้าพลังงานสะอาดของรัฐ และความต้องการพลังงานสะอาดของภาคธุรกิจ ไม่สอดคล้องกันทำให้เกิดช่องว่างขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ภาคการผลิต ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น หรือเลือกซัพพลายเออร์จากประเทศที่มีที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนกว่า ดังนั้น ถ้าไทยมีการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีจะส่งเสริมให้มีผู้ผลิตไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้กับประเทศ เป็นการช่วยปิดความเสี่ยงจากการถอนการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติเหล่านี้ได้” คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอระบุ

​ส่วนผลกระทบด้านสังคมนั้น พบว่าจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะส่งผลให้ตำแหน่งงานในธุรกิจสีน้ำตาล (ธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก) ลดลง สำหรับประเทศไทยมีตำแหน่งงานที่อยู่ในธุรกิจสีน้ำตาลที่มีความเสี่ยงที่จะลด และหายไปจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสูงถึง 11 ล้านตำแหน่ง แต่ในขณะที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของงานสีเขียวในประเทศเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น จึงกล่าวได้ว่างานสีเขียวในไทยเติบโตไม่ทันที่จะรองรับแรงงานที่มาจากธุรกิจสีน้ำตาล และยังทำให้ความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น เนื่องจากรายได้ของแรงงานสีเขียวมีแนวโน้มสูงกว่าแรงงานดั้งเดิม ดังนั้น การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีจะเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนมาร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการสร้างตำแหน่งงานใหม่ในสังคม และพัฒนาทักษะแรงงานในปัจจุบัน

ท้ายที่สุด ในด้านสิ่งแวดล้อม หากไทยไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดได้เพียงพอ ภาคการผลิตต่าง ๆ ยังต้องพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลต่อไป ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ลดลง และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินสู่เป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน

“ประเทศไทยต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาดในราคาที่เป็นธรรมเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วน เพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน รักษามูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ป้องกันผลกระทบทางลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านเครื่องมือที่จะช่วยให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ คือการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีด้วยพลังงานสะอาด โดยหัวใจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือ เปิดตลาดไฟฟ้าเสรีเพื่อเร่งผลิตไฟฟ้าสะอาดให้ได้ 41 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2573 ให้กับภาคส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจาก CBAM และภาคการผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งควรที่จะถูกระบุในร่างแผน PDP 2024 ด้วย แต่น่าเสียดายว่าการเปิดตลาดไฟฟ้าเสรีด้วยพลังงานสะอาดกลับไม่ได้ถูกหยิกยกมาไว้ในร่างแผน PDP 2024 แต่อย่างใด” คณะผู้วิจัยทีดีอาร์ไอ ระบุ

____

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

Tags: ตลาดไฟฟ้าเสรีทีดีอาร์ไอสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยไฟแพง…แก้อย่างไร?
ShareTweet

Related Posts

GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กับโครงการ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต’

GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กับโครงการ ‘GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต’

by ppat2508 ppat2508
27 กรกฎาคม 2026
0

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอ...

5 องค์กรพันธมิตรพลังงาน-เอกชน เปิดเวที “The Execution Blueprint” อย่างยิ่งใหญ่ ชงพิมพ์เขียวปฏิรูปพลังงานยื่นนายกฯ เร่งตั้ง “กรอ.พลังงาน” ทันที

5 องค์กรพันธมิตรพลังงาน-เอกชน เปิดเวที “The Execution Blueprint” อย่างยิ่งใหญ่ ชงพิมพ์เขียวปฏิรูปพลังงานยื่นนายกฯ เร่งตั้ง “กรอ.พลังงาน” ทันที

by ppat2508 ppat2508
2 กรกฎาคม 2026
0

กรุงเทพฯ – คณะกรรมกา...

“ดร.สุวิทย์” เป็นประธานปิดการอบรมพร้อมมอบประกาศนียบัตร หลักสูตร ISO for GHG รุ่นที่ 2 เสริมศักยภาพองค์กรสู่มาตรฐานสากลด้านก๊าซเรือนกระจก

“ดร.สุวิทย์” เป็นประธานปิดการอบรมพร้อมมอบประกาศนียบัตร หลักสูตร ISO for GHG รุ่นที่ 2 เสริมศักยภาพองค์กรสู่มาตรฐานสากลด้านก๊าซเรือนกระจก

by ppat2508 ppat2508
24 มิถุนายน 2026
0

เมื่อวันอังคารที่ 23...

ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานการจัดทำบัญชีรายการและรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 แบบครบวงจร รุ่นที่ 2” ศึกษาดูงาน ณ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (โรงงานห้วยโป่ง)

ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร “ความรู้พื้นฐานการจัดทำบัญชีรายการและรายงานก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO 14064-1 และ ISO 14067 แบบครบวงจร รุ่นที่ 2” ศึกษาดูงาน ณ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด (โรงงานห้วยโป่ง)

by ppat2508 ppat2508
17 มิถุนายน 2026
0

คณะศึกษาดูงาน นำโดยค...

  • Trending
  • Comments
  • Latest

ขอเชิญชวน… ญาติธรรม.. ร่วมทำบุญสร้างถนนเข้าวัด “เส้นทางถนน สายบุญใหม่“

4 พฤษภาคม 2021
“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

7 พฤศจิกายน 2022
พุทธบารมี พิธีมหาพุทธาภิเษก วัตถุมงคล รุ่น “เจ้าสัวเหนือดวง” สองแผ่นดิน แจกฟรี! 100,000 องค์

พุทธบารมี พิธีมหาพุทธาภิเษก วัตถุมงคล รุ่น “เจ้าสัวเหนือดวง” สองแผ่นดิน แจกฟรี! 100,000 องค์

10 สิงหาคม 2024

ซีพี ออลล์ ชี้แจงกรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา

0

โลตัส เปิดตัวโครงการ “ถุงคืนชีพ สร้างอาชีพ”

0

ผู้ว่าฯอยุธยา ตรวจเยี่ยมปฏิบัติการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

0
“สุริยะ” แสดงความห่วงใยชาวสวนยาง “น่าน” เร่งรัดให้สำรวจความเสียหายเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย “วีริศ” สั่ง 3 มาตรการด่วน ช่วยชาวสวนยาง “น่าน” หลังประสบภัยพิบัติพร้อมเกาะติดสถานการณ์รายวัน เล็งจ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท

“สุริยะ” แสดงความห่วงใยชาวสวนยาง “น่าน” เร่งรัดให้สำรวจความเสียหายเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย “วีริศ” สั่ง 3 มาตรการด่วน ช่วยชาวสวนยาง “น่าน” หลังประสบภัยพิบัติพร้อมเกาะติดสถานการณ์รายวัน เล็งจ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท

23 สิงหาคม 2026
ยกระดับพลังการเชื่อมต่อ สู่ชีวิตดิจิทัลที่เหนือกว่า ทรู x YouTube รวมเครือข่าย คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยชู ‘ทรู ดู MARATHON’ กับคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟกว่า 21 ชั่วโมง

ยกระดับพลังการเชื่อมต่อ สู่ชีวิตดิจิทัลที่เหนือกว่า ทรู x YouTube รวมเครือข่าย คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยชู ‘ทรู ดู MARATHON’ กับคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟกว่า 21 ชั่วโมง

23 สิงหาคม 2026
“เติมเกล เติมใจ” เซเว่นฯ ส่งถุงยืมรักษ์โลกซีซั่นใหม่ ชวนคนไทยลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่ม 24 ส.ค. นี้

“เติมเกล เติมใจ” เซเว่นฯ ส่งถุงยืมรักษ์โลกซีซั่นใหม่ ชวนคนไทยลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่ม 24 ส.ค. นี้

21 สิงหาคม 2026
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)

Copyright © 2017 JNews.

Navigate Site

  • Home
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ข่าวล่าสุด

Follow Us

No Result
View All Result
  • Home
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวภูมิภาค
  • ข่าวสังคม

Copyright © 2017 JNews.