สนพ. – ส.อ.ท. ร่วมลงนาม MOU มุ่งจัดทำฐานข้อมูลการใช้พลังงาน เพื่อกำหนด มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน และ ายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย หวังสร้าง ฐานข้อมูลการใช้พลังงานของสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการส่งเสริม ศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกให้สอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมฯ ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน สาเหตุเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการเผาเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าและการเผาเชื้อเพลิงในภาคขนส่ง เป็นต้น สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกของภาคอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ซึ่งได้มีการแต่งตั้ง “คณะทำงานส่งเสริมและสนับสนุนการลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม” ขึ้นมาเพื่อร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมใน การส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯให้เกิดการลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยสอดคล้องกับนโยบายการปล่อยก๊าซเรือน กระจกของประเทศ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีความจำเป็นต้องจัดทำฐานข้อมูล (Database) การใช้ พลังงานของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมที่เป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯเพื่อทราบถึงข้อมูลการใช้ พลังงาน ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สามารถกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้บรรลุวัตถุประสงค์และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาวางแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้กล่าวว่า สนพ. มีภารกิจในการเสนอแนะการกำหนดนโยบายและแผนเกี่ยวกับพลังงานของประเทศ รวมทั้งมาตรการ ทางด้านพลังงาน เพื่อให้ประเทศมีพลังงานใช้อย่างมั่นคง ยั่งยืน เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้อง กับสถานการณ์ของประเทศ และได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้เป็นหน่วยประสานงานในการ ดำเนินงานรายงานการติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการพลังงาน ตามเป้าหมายการ ลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution : NDC) ฉบับปรับปรุงของประเทศไทย (Thailand’s Updated NDC) ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 – 25 จากปริมาณการปล่อยในกรณีปกติภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งผลการลดก๊าซเรือนกระจกดังกล่าวจะสอดคล้องกับมาตรการพัฒนาพลังงานทดแทนและการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมถึงการอนุรักษ์พลังงานในสาขาอุตสาหกรรมที่เป็นสาขาเศรษฐกิจหลักที่มี ศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานสูงเป็นอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ สนพ. ยังได้รับมอบหมายให้จัดตั้งศูนย์ สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ หรือ National Energy Information Center (NEIC) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น หน่วยงานให้บริการข้อมูลด้านพลังงาน และพัฒนาระบบข้อมูลพลังงานของประเทศ (Big Data) ให้เกิด การบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานให้อยู่ภายใต้ระบบเดียวกันและเป็น หน่วยงานหลักในการนำข้อมูลด้านพลังงานมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับการสื่อสารกับหน่วยงาน สื่อสารมวลชน และ ภาคประชาชน รวมถึงการใช้ประโยชน์ในด้านการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล และการสร้างความรู้ ความเข้าใจในเรื่องพลังงานของสังคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงความ ร่วมมือฉบับนี้ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบข้อมูลพลังงานของภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ และภารกิจด้านการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกระทรวงพลังงาน รวมถึงภารกิจในการบริหารนโยบายด้านพลังงานของ ประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและมาตรการการลดการใช้พลังงาน และการลดปริมาณ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งการมีส่วนช่วยส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทยต่อไป

ทั้งนี้ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศโดยวิธีทาง อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย ระหว่าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (สนพ.) ในครั้งนี้ของสองหน่วยงานนับเป็นอีกหนึ่งก้าวแรกที่สำคัญในการบูรณาการข้อมูลการใช้พลังงาน ของภาคอุตสาหกรรมเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการนโยบายและมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงาน และนำไปสู่การลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ./

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.