เที่ยวไทย ไปไหน.. ไป ‘กาญจน์’

​               ถึงคราวแนะนำทริปท่องเที่ยวไทย เส้นทางสุดเร้าใจ ปรับพิกัดปลายทางไปยังภาคตะวันตกที่ จ.กาญจนบุรี กันบ้าง เริ่มต้นการเดินทางสุดโรแมนติก ด้วยรถไฟขบวนพิเศษ OTOP Train ที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งภายในอย่างประณีตสวยงาม มาพร้อมกับ Option เสริมสุดพิเศษ เบาะนั่งนุ่มสบาย ปรับเอนนอนได้ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำ ดื่มด่ำทิวทัศน์ของเทือกเขาและหุบสวย ๆ ตลอด 2 ข้างทาง

​                เปิดประตูสู่ จ.กาญจนบุรี อย่างเป็นทางการ กับสถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิกของ ‘สะพานข้ามแม่น้ำแคว’ ส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ เส้นทางสายประวัติศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเชลยศึกตั้งแต่สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 เพื่อเป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไปสู่พม่า สถานที่ที่อดีตได้ถูกจารึกไว้เป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำ และปัจจุบันได้ถูกยกให้เป็น ‘สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ’ ที่หากมาเที่ยวเมืองกาญจน์ทั้งที แล้วไม่ได้มาเช็คอินที่นี่ก็เหมือนยังมาไม่ถึง

                จุดหมายถัดไป ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากจุดหมายแรก มาต่อกันที่ ‘เขื่อนศรีนครินทร์’ ที่ไม่ได้มีดีแค่หมอกขาวยามเช้าบนสันเขื่อน แต่ยังมีนาฬิกาแดดขนาดยักษ์ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางสวนเวลารำลึก ซึ่งถูกสร้างขึ้นในศุภมงคลสมัยที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ยังมีบริการล่องเรือชมความงามภายในอ่างเก็บน้ำแบบแนบชิดติดสายน้ำ และมีแหล่งเรียนรู้อันทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและผืนป่า ภายในศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ (ราชานุรักษ์) อีกด้วย

                เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ได้ตื่นเต้นเร้าใจไปกับกิจกรรมล่องแพเปียกสุดมันส์ของสายน้ำเมืองกาญจน์ และกิจกรรมสุดพิเศษให้ได้ทำความรู้จักใกล้ชิดกับสัตว์ตัวเล็กจิ๋วอย่างผึ้งให้มากขึ้นที่ชุมชนบ้านช่องสะเดา ชาวบ้านที่นี่เลี้ยง ‘ผึ้งกล่อง’ ไว้รอบ ๆ บ้าน เพื่อช่วยกันช้างป่า องค์ความรู้แบบธรรมชาติ ที่ช่วยให้คนกับช้างป่าอยู่ร่วมกันอย่างสงบ มาถึงแหล่งเลี้ยงผึ้งทั้งทีมีหรือจะกลับบ้านมือเปล่า เพราะที่นี่มีผลิตภัณฑ์ชุมชนน้ำผึ้งแท้สดใหม่ พร้อมให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของขวัญ ของฝากคนที่คุณรัก

                ขอแนะนำจุดหมายปลายทางน่าสนใจอีกจุด ปักหมุดไปที่ ‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ ที่นี่มีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจให้เช็คอินมากถึง 10 จุด ไม่ว่าจะเป็น สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถสวนรวมฤทัย  ทุ่งดอกไม้หลากหลายสีสัน ศาลาชมวิวเสพความชิลของบรรยากาศภายในเขื่อน จากนั้นมาต่อกันที่สันเขื่อน เมื่อไปยืนจะได้เห็นยอดเขาปลายแหลม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเล่น ‘เขื่อนเขาแหลม’ และถ้าโอกาสดีจะได้พบกับลิงตัวเป็น ๆ ที่มารอต้องรับนักท่องเที่ยวแบบใกล้ชิด หลังจากเที่ยวหนัก แวะพักเติมพลังกันที่ร้านอาหารสุดอร่อยประจำเขื่อน ‘เรือนเขาแหลม’ ที่มีโซนมุมภาพวาดผนังสามมิติให้ได้ถ่ายภาพแบบใกล้ชิดกับลิงจ๋อจอมซน และร้านกาแฟโบราณสุดคลาสสิก ถ่ายรูปกับภาพร้านกาแฟสามมิติเสร็จแล้ว ก็ย้ายมานั่งจิบกาแฟจริง ท่ามกลางบรรยากาศวิวหลักล้านกลางป่าเขากันต่อที่ ‘ร้านกาแฟคุณสายชล’ ไม่เพียงเท่านั้น เขื่อนวชิราลงกรณ ยังเพิ่มจุดไฮไลท์สุดตราตรึงใจกับ ‘เขาแหลมสกายวอล์ค’ สะพานกระจกใสที่มองเห็นน้ำตกและสายน้ำเบื้องล่าง สวยสะกดทุกสายตา ทั้งกลางวันและยามค่ำคืน นอกจากนั้นยังมีลานสไลด์เดอร์เนินหญ้าสุดท้าทาย และเส้นทางจักรยานสุดชิล ที่เปิดใหม่เอาใจนักท่องเที่ยว

                นอกจากนั้นเมืองกาญจน์ยังมี ‘สะพานมอญ’ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมชื่อดังที่แสนมีมนต์เสน่ห์ ด้วยความเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย แถมยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลสาบที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเขื่อนวชิราลงกรณ และที่นี่ยังมีเมืองบาดาล หรือที่รู้จักในนาม ‘วัดใต้น้ำ (วัดวังก์วิเวการาม)’ Unseen Thailand ด้วยความแปลกที่มีเอกลักษณ์ของซากโบราณสถานที่จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเข้าไปชมบางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำในช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม – มกราคม อย่างใกล้ชิด แต่หากมาเยือนช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้งที่น้ำหลังเขื่อนลดลงมากแล้วหล่ะก็ สามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมภายในโบสถ์เก่าได้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว

                ‘จ.กาญจนบุรี’ จุดหมายปลายทางฝันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มนต์ขลัง มาเยือนเพียงครั้งอิ่มเอมใจได้ ทั้งความสนุกสนาน ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ครบทุกอรรถรสจบในจังหวัดเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.