ในวันที่การเติบโตของธุรกิจค้าปลีกไม่ได้วัดจากจำนวนสาขาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภค “อยากกลับมา” การลงทุนยกระดับพื้นที่และการออกแบบประสบการณ์ภายในห้าง จึงกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันยุคใหม่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จึงเดินหน้ายกระดับสาขาทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านสองกลยุทธ์หลัก ได้แก่ Tenant Mix Rebalancing และ Food Destination เพื่อเปลี่ยนบทบาทของห้างค้าปลีกจาก Shopping Destination สู่ Community Hub หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนในชุมชน ที่ตอบโจทย์ทั้งการจับจ่าย รับประทานอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมของผู้คนในแต่ละพื้นที่
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ Big C ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี หรือ BJC เปิดเผยว่า การยกระดับสาขาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มร้านค้าหรือปรับปรุงพื้นที่ แต่เป็นการออกแบบ “ระบบนิเวศค้าปลีก” ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละทำเล ผ่านการจัดสมดุลร้านค้าและบริการ (Tenant Mix Rebalancing) ที่ช่วยสร้างทราฟฟิก กระตุ้นการใช้จ่าย และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสะท้อนการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบิ๊กซีในการพัฒนาสาขาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว


หัวใจสำคัญของกลยุทธ์คือการยกระดับ Food Destination ให้เป็นแม่เหล็กหลักในการดึงดูดผู้ใช้บริการ เพราะอาหารคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงการใช้จ่ายไปยังร้านค้าและบริการอื่นภายในศูนย์ ช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ ความถี่ในการกลับมา และการใช้จ่ายต่อครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของทั้งบิ๊กซีและผู้เช่าในระยะยาว นอกจากนี้ บิ๊กซียังพัฒนา Fresh Food Destination เพื่อสร้างความแตกต่างด้านสินค้าอาหารสด ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน รับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรไทย เพิ่มสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ และขยายกลุ่มสินค้า Ready-to-Cook และ Ready-to-Eat เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาคุณภาพ ความสดใหม่ และความสะดวกในชีวิตประจำวัน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ สร้างคุณค่าร่วมทั้งในมิติของเศรษฐกิจและสังคม


การยกระดับสาขาได้ดำเนินการแล้วในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยสาขาพัทยา 3 และหางดง ได้รับการพัฒนาเป็นต้นแบบ Community Hub ผ่านการยกระดับ Food Court เพิ่มร้านอาหาร ร้านสุขภาพและความงาม ร้านไลฟ์สไตล์ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมของชุมชน ขณะที่โซน Fresh Food Destination ได้รับการพัฒนาแล้วในสาขารัชดาภิเษก แฟชั่นไอส์แลนด์ สะพานควาย เอกมัย และพัทยา โดยออกแบบให้สอดคล้องกับศักยภาพและพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่


นอกจากการยกระดับพื้นที่และร้านค้า บิ๊กซียังเติมเต็มประสบการณ์ผ่านกิจกรรมตลอดทั้งปี ทั้งตลาดชุมชน เวิร์กชอป กิจกรรมสำหรับครอบครัว และเทศกาลอาหารระดับนานาชาติ เช่น Japan Fair, New Zealand Fair และเทศกาลผลไม้ไทย เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการได้ตลอดทั้งปี การผสาน Retail, Food, Services และ Community Activities เข้าด้วยกัน กำลังสร้างระบบนิเวศค้าปลีกที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างครบวงจร พร้อมสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า ผู้เช่า พันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนในเวลาเดียวกัน


สำหรับบิ๊กซี การเปลี่ยนผ่านจาก Shopping Destination สู่ Everyday Community Hub ไม่ใช่เพียงการปรับรูปแบบสาขา แต่คือยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวที่มุ่งสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้คนเลือกกลับมาใช้บริการในทุกวัน ผ่านประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของแต่ละชุมชน พร้อมยกระดับบทบาทของค้าปลีกให้เป็นมากกว่าสถานที่จับจ่าย แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้ชีวิต พบปะ และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจค้าปลีกในอนาคต










