สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
Home ข่าวคมนาคม

สตง. ให้ความเห็นกรณีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

by admin
31 มกราคม 2025
Reading Time: 2 mins read
สตง. ให้ความเห็นกรณีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
Share on FacebookShare on Twitter
  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
จำนวนผู้เข้าดูโพสต์: 241

สตง. ให้ความเห็นกรณีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ชี้ต้องยึดหลักการสำคัญของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และคำนึงถึงความเหมาะสมและเป็นธรรม

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (โครงการฯ) ซึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) เชื่อมต่อ 3 สนามบิน ในเขตกรุงเทพมหานคร และ EEC ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภาแบบไร้รอยต่อ รวมถึงพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ (Transit Oriented Development: TOD) ซึ่งประกอบด้วย พื้นที่มักกะสันและศรีราชา มูลค่าการลงทุน 224,544.36 ล้านบาท กรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุนกับเอกชนไม่เกิน 149,650.00 ล้านบาท โดย รฟท. ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนคู่สัญญา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ซึ่งโครงการดังกล่าวกำหนด 3 เงื่อนไขที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน รฟท. จึงจะสามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed: NTP) ได้ ประกอบด้วย (1) การส่งมอบพื้นที่ของโครงการเกี่ยวกับรถไฟให้แก่เอกชนคู่สัญญา ได้แก่ พื้นที่โครงการเกี่ยวกับรถไฟ ช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา (นอกเมือง) (2) การส่งมอบพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ ได้แก่ พื้นที่มักกะสันและศรีราชา และ (3) การที่เอกชนคู่สัญญาได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการเกี่ยวกับรถไฟ

จากการตรวจสอบเอกสาร สัมภาษณ์ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของ รฟท. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ตัวแทนของเอกชนคู่สัญญา และที่ปรึกษาโครงการฯ รวมถึงสังเกตการณ์พื้นที่โครงการฯ พบว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวมีความล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ตามสัญญาร่วมลงทุนเป็นระยะเวลา 2 ปี 8 เดือน (วันที่ 24 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2567) ทั้งในส่วนของการส่งมอบพื้นที่โครงการเกี่ยวกับรถไฟ ช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา (นอกเมือง) และการส่งมอบพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ (พื้นที่มักกะสันและศรีราชา) ซึ่งกำหนดส่งมอบภายใน 2 ปี นับจากวันที่มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน (ภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2564)

“ระหว่างการตรวจสอบและออกรายงานผลการตรวจสอบการส่งมอบพื้นที่โครงการเกี่ยวกับรถไฟ ช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา (นอกเมือง) ยังมีประเด็นปัญหาการเวนคืนบริเวณหมู่บ้านประชาสุข 6 ที่ รฟท. ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายในการรื้อถอนได้สำเร็จ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการรื้อถอนเรียบร้อยแล้ว รวมถึงปัญหาเอกชนคู่สัญญาของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกมีการปรับเปลี่ยนแผนแม่บท ทำให้ตำแหน่งสถานีและแนวเส้นทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจแนวเขตพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงและเห็นชอบร่วมกันแล้ว ส่วนการส่งมอบพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการฯ (พื้นที่มักกะสันและศรีราชา) นั้น ในพื้นที่ศรีราชาไม่พบประเด็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบพื้นที่ แต่ในพื้นที่มักกะสันมีประเด็นปัญหา ซึ่งเอกชนคู่สัญญาพบว่า โฉนดที่ดินมีการระบุลำรางสาธารณประโยชน์ จำนวน 2 ลำราง ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ให้เต็มศักยภาพ และการดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้เอกชนคู่สัญญาไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนการเช่าพื้นที่ได้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดหาพื้นที่ทดแทนพื้นที่ส่วนที่เป็นลำรางสาธารณประโยชน์เพื่อนำมาพัฒนาระบบระบายน้ำต่อไป นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบึงเสือดำ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำและเก็บกักน้ำฝน ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและรับทราบแนวทางการพัฒนาพื้นที่เก็บกักน้ำทดแทนบึงเสือดำแล้ว

ในขณะเดียวกัน การดำเนินการในพื้นที่อื่นก็ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด เช่น การส่งมอบพื้นที่โครงการ แอร์พอร์ต เรลลิงก์ (สถานีพญาไท – สถานีสุวรรณภูมิ) ให้เอกชนคู่สัญญายังไม่เสร็จสมบูรณ์และครบถ้วน โดยมีความล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี 10 เดือน (วันที่ 24 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2567) โดยพบปัญหาการดำเนินงานระยะที่ 1 ในส่วนของแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ของเอกชนคู่สัญญาล่าช้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงปัญหากรณีเอกชนคู่สัญญายังไม่ชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ให้แก่ รฟท. เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและปัญหาการจัดหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ สตง. ยังตรวจพบปัญหาเอกชนคู่สัญญายังไม่ยื่นขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการเกี่ยวกับรถไฟ โดยได้ขอขยายเวลายื่นแบบ กกท.05 พร้อมกับหลักฐานประกอบการพิจารณาต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากข้อมูลที่สำคัญของโครงการฯ บางส่วนมีความไม่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถระบุตามแบบได้ เช่น ข้อมูลเรื่องแหล่งเงินกู้ที่คาดว่าจะได้รับ จากปัญหาที่เอกชนคู่สัญญายังไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้ ประกอบกับ ในขณะนั้น รฟท. ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น รฟท. และเอกชนคู่สัญญา จึงตกลงแก้ไขปัญหา โดยเลือกปรับวิธีการชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการฯ (Public Investment Cost: PIC) ทั้งโครงการ จำนวนไม่เกิน 149,650.00 ล้านบาท โดยรัฐต้องจ่ายเร็วขึ้น จากเดิมกำหนดชำระเงินเมื่อก่อสร้างโครงการฯ แล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการเดินรถของโครงการฯ แล้ว รวมทั้งปรับวิธีการชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ของเอกชนคู่สัญญาให้แก่ รฟท. จำนวน 10,671.09 ล้านบาท จากเดิมกำหนดชำระงวดเดียวภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2564 เป็นการแบ่งชำระ 7 งวด ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขหลักการหรือเงื่อนไขของโครงการฯ ต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการฯ ที่ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด ทำให้การก่อสร้างและการเปิดให้บริการเดินรถของโครงการฯ ล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนเสียโอกาสในการใช้บริการรถไฟความเร็วสูง และ รฟท. เสียโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากเอกชนคู่สัญญาภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องการดำเนินกิจการ หรือลงทุนในโครงการอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะต้องชดเชยความเสียหายจากการดำเนินโครงการฯ ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการอื่น ได้แก่ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน สตง. จึงได้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบ พร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อให้ รฟท. กำกับ ติดตามการดำเนินการขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการเกี่ยวกับรถไฟของเอกชนคู่สัญญาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อให้เงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงานสำเร็จครบถ้วนและสามารถเริ่มดำเนินโครงการได้โดยเร็ว และพิจารณาแก้ไขปัญหาการดำเนินโครงการฯ โดยต้องให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย และให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของหลักการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน อีกทั้งคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ เพื่อให้โครงการฯ สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อภาครัฐและประชาชน และไม่สูญเสียหลักการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน” โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าว

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงหลักการจ่ายเงินที่รัฐร่วมลงทุนให้เอกชนคู่สัญญาเร็วขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน และการแก้ไขสัญญาอาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนคู่สัญญาหรือไม่ สตง. มีความเห็นว่า การพิจารณาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนจะต้องให้ความสำคัญกับหลักการพื้นฐานของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งต้องมีการจัดสรรความเสี่ยงและผลประโยชน์ระหว่าง รฟท. และเอกชนคู่สัญญาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความสำเร็จของโครงการร่วมลงทุน และความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการร่วมลงทุน รวมถึงการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐ และต้องผ่านกระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการ สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะรัฐมนตรี ด้วยความรอบคอบ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุน รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่มีประเด็นข้อสงสัยว่า การที่เอกชนคู่สัญญายื่นข้อเสนอขอเปลี่ยนแปลงการชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ จากเดิมชำระครั้งเดียว เป็นแบ่งชำระพร้อมดอกเบี้ย จำนวน 7 งวด จะทำให้ภาครัฐเสียประโยชน์หรือไม่นั้น สตง. มีความเห็นว่าควรจะต้องพิจารณาจากจำนวนเงินรวมที่ชำระทั้ง 7 งวด ว่ามีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV) แตกต่างจากเดิมที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือไม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงการชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ควรพิจารณาให้ NPV เทียบเท่าเดิมหรือสูงกว่า เพื่อไม่ให้ภาครัฐเสียประโยชน์

โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นการแก้ไขสัญญาโดยกำหนด ส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน (Revenue Sharing) เพิ่มเติม หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการ ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ และเป็นผลให้เอกชนคู่สัญญาได้ผลประโยชน์ตอบแทน (IRR) เพิ่มขึ้นเกิน 5.52% รฟท. มีสิทธิเรียกให้เอกชนคู่สัญญาชําระส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มได้ตามที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ ซึ่งมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจดูเหมือนรัฐได้ประโยชน์ แต่อาจไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากโครงการนี้มีการประมาณการตัวเลขที่เป็นไปได้จริงค่อนข้างยาก และอาจเปิดโอกาสให้มีการตกแต่งบัญชีหรือเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเจรจาลดส่วนแบ่งของรัฐกับเอกชนคู่สัญญาได้ง่ายนั้น สตง. มีความเห็นว่า หากโครงการฯ จัดให้มีระบบบริหารจัดการเพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการทุจริตจากการจัดเก็บรายได้และการบันทึกรายรับ-รายจ่าย รวมถึงกำหนดให้มีหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญตามมาตรฐานวิชาชีพที่มีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินอีกชั้นหนึ่งก็จะช่วยลดโอกาสในการตกแต่งบัญชีหรือเจ้าหน้าที่รัฐเจรจาลดส่วนแบ่งของรัฐกับเอกชนคู่สัญญาได้ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนจะต้องพิจารณาถึงเหตุที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เอกชนร้องขอว่า อยู่ในขอบข่ายที่จะพิจารณาแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนได้หรือไม่ ในกรณีที่อยู่ในขอบข่ายที่สามารถแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนได้ รัฐต้องพิจารณาให้การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าวคงไว้ซึ่งหลักการสำคัญของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

……..
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

Tags: สตง.สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง
ShareTweet

Related Posts

No Content Available
  • Trending
  • Comments
  • Latest

ขอเชิญชวน… ญาติธรรม.. ร่วมทำบุญสร้างถนนเข้าวัด “เส้นทางถนน สายบุญใหม่“

4 พฤษภาคม 2021
“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

7 พฤศจิกายน 2022
พุทธบารมี พิธีมหาพุทธาภิเษก วัตถุมงคล รุ่น “เจ้าสัวเหนือดวง” สองแผ่นดิน แจกฟรี! 100,000 องค์

พุทธบารมี พิธีมหาพุทธาภิเษก วัตถุมงคล รุ่น “เจ้าสัวเหนือดวง” สองแผ่นดิน แจกฟรี! 100,000 องค์

10 สิงหาคม 2024

ซีพี ออลล์ ชี้แจงกรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา

0

โลตัส เปิดตัวโครงการ “ถุงคืนชีพ สร้างอาชีพ”

0

ผู้ว่าฯอยุธยา ตรวจเยี่ยมปฏิบัติการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

0
“สุริยะ” แสดงความห่วงใยชาวสวนยาง “น่าน” เร่งรัดให้สำรวจความเสียหายเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย “วีริศ” สั่ง 3 มาตรการด่วน ช่วยชาวสวนยาง “น่าน” หลังประสบภัยพิบัติพร้อมเกาะติดสถานการณ์รายวัน เล็งจ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท

“สุริยะ” แสดงความห่วงใยชาวสวนยาง “น่าน” เร่งรัดให้สำรวจความเสียหายเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย “วีริศ” สั่ง 3 มาตรการด่วน ช่วยชาวสวนยาง “น่าน” หลังประสบภัยพิบัติพร้อมเกาะติดสถานการณ์รายวัน เล็งจ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือรายละ 3,000 บาท

23 สิงหาคม 2026
ยกระดับพลังการเชื่อมต่อ สู่ชีวิตดิจิทัลที่เหนือกว่า ทรู x YouTube รวมเครือข่าย คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยชู ‘ทรู ดู MARATHON’ กับคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟกว่า 21 ชั่วโมง

ยกระดับพลังการเชื่อมต่อ สู่ชีวิตดิจิทัลที่เหนือกว่า ทรู x YouTube รวมเครือข่าย คอนเทนต์ และครีเอเตอร์ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนไทยชู ‘ทรู ดู MARATHON’ กับคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟกว่า 21 ชั่วโมง

23 สิงหาคม 2026
“เติมเกล เติมใจ” เซเว่นฯ ส่งถุงยืมรักษ์โลกซีซั่นใหม่ ชวนคนไทยลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่ม 24 ส.ค. นี้

“เติมเกล เติมใจ” เซเว่นฯ ส่งถุงยืมรักษ์โลกซีซั่นใหม่ ชวนคนไทยลดการใช้ถุงพลาสติก เริ่ม 24 ส.ค. นี้

21 สิงหาคม 2026
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)

Copyright © 2017 JNews.

Navigate Site

  • Home
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ข่าวล่าสุด

Follow Us

No Result
View All Result
  • Home
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวภูมิภาค
  • ข่าวสังคม

Copyright © 2017 JNews.