สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
  • ประวัติและความเป็นมา
    • ประวัติและความเป็นมา
    • รายนามคณะกรรมการบริหาร ชุดปัจจุบัน พ.ศ.2567-2569
    • รายนามนายกสมาคมในอดีตถึงปัจจุบัน
    • รายนามคณะกรรมการสมาคมฯ ในอดีต
    • ทำเนียบสมาชิกสมาคมฯ
    • ทำเนียบสื่อมวลชน 77 จังหวัด
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวล่าสุด
  • ประเภทข่าว
    • ข่าวกีฬา
    • ข่าวสังคม
    • ข่าวภูมิภาค
    • ข่าวบันเทิง
    • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวตำรวจและอาชญากรรม
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อสมาคมฯ
No Result
View All Result
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)
Home ข่าวสิ่งแวดล้อม

สตง. ตรวจสอบติดตามปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อน “วาระแห่งชาติ”

by admin
31 มกราคม 2025
Reading Time: 3 mins read
สตง. ตรวจสอบติดตามปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อน “วาระแห่งชาติ”
Share on FacebookShare on Twitter
  • FacebookFacebook
  • XTwitter
  • LINELine
จำนวนผู้เข้าดูโพสต์: 249

สตง. ตรวจสอบติดตามปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ข้อเสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การขับเคลื่อน “วาระแห่งชาติ” บรรลุผลสัมฤทธิ์

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินได้กำหนดนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินโดยให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในหลายพื้นที่ของประเทศที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชน ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ให้ “การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละออง” เป็นวาระแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้เลือกตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหา ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562–2567 โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน พื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงพื้นที่ภาคการเกษตร จำนวน 6 เรื่อง/โครงการ สรุปผลการตรวจสอบได้ดังนี้

1. ปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน

1.1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สตง. ได้ตรวจสอบการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ด้านมลพิษอากาศ โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด โดยเลือกตรวจสอบหน่วยงานที่มีการสนับสนุนงบประมาณให้กับชุมชนหรือเครือข่ายเพื่อดำเนินการสนับสนุนภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ทั้งในส่วนของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ทั่วประเทศของกรมป่าไม้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2562 รวมทั้งสิ้น 1,618 เครือข่าย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเครือข่ายที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด จำนวน 1,142 เครือข่าย โดยใช้งบประมาณจำนวน 98.40 ล้านบาท รวมถึงกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สนับสนุนงบประมาณในการจัดอบรมหรือเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับสมาชิกของเครือข่ายในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557-2562 เครือข่ายละ 50,000 บาท จำนวน 542 เครือข่าย ซึ่งผลการตรวจสอบในขณะนั้นพบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของชุมชนหรือเครือข่ายที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนเพื่อดำเนินการตามภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าอาจยังไม่มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร

1.2 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สตง. ได้ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานยุทธศาสตร์ที่ 4 ดำรงฐานทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนสู่การเป็นกลุ่มจังหวัดสีเขียว ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2563 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยตรวจสอบผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายในระดับยุทธศาสตร์และระดับโครงการ ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดแพร่ โดยสุ่มตรวจสอบกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ในกิจกรรมย่อย 3 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมลาดตระเวนป้องกันและดับไฟป่า สร้างแนวกันไฟ กิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อลดปัญหาการเข้าป่าหาของป่าและการทำเกษตรวิถีเดิม งบประมาณรวม 47.60 ล้านบาท ซึ่งพบว่า กิจกรรมลาดตระเวนป้องกันและดับไฟป่า สร้างแนวกันไฟ มีการจัดทำสัญญาจ้างเหมาราษฎรเพื่อลาดตระเวนป้องกันและดับไฟป่าในบางช่วงระยะเวลาการดำเนินงานอยู่ในฤดูฝน ซึ่งการเกิดไฟป่าและปัญหาความรุนแรงจากหมอกควันลดน้อยลง การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงเวลาดังกล่าวจึงอาจเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลเท่าที่ควร กิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ดำเนินการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ และกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อลดปัญหาการเข้าป่าหาของป่าและการทำเกษตร วิถีเดิม พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลผลิตจากกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพาะเห็ดและยังคงมีวิถีชีวิตในการเข้าหาของป่าเช่นเดิม ทำให้ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

1.3 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สตง. ได้ตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน จำนวน 2 โครงการ/เรื่อง ดังนี้

1.3.1 โครงการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564–2567 งบประมาณที่ได้รับจัดสรรรวม 43.61 ล้านบาท ผลการตรวจสอบในภาพรวมพบว่า การดำเนินโครงการบางส่วนยังขาดประสิทธิภาพและไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ อาทิ จากการตรวจสอบฝายต้นน้ำแบบผสมผสานซึ่งใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับดับไฟป่าในเขตพื้นที่รอยต่อจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย จำนวน 158 แห่ง พบว่ามีสภาพชำรุดมากถึงร้อยละ 87.34 และส่วนใหญ่ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับดับไฟป่า ในขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่ 15 ชุมชน ซึ่งมีการดำเนินการแล้วเสร็จจำนวน 11 ชุมชน พบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่จำนวน 6 ชุมชน ซึ่งสาเหตุเกิดจากการจัดทำแนวกันไฟล่าช้าและขาดการลาดตระเวน เฝ้าระวังตามแนวกันไฟตลอดช่วงระยะเวลาฤดูกาลของไฟป่า

จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่า การดำเนินกิจกรรมตามโครงการบางส่วนยังขาดประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เช่น การกำหนดระยะเวลาดำเนินกิจกรรมลาดตระเวนและดับไฟเพียง 20-30 วัน ในขณะที่ช่วงเวลาที่เกิดไฟป่ารุนแรงมีระยะเวลานาน 45-60 วัน การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าให้กับกลุ่มผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ยังไม่ทั่วถึงเพียงพอ ขาดเทคโนโลยีสนับสนุนในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดับไฟ หรือป้องกัน/ตรวจสอบก่อนการเข้าพื้นที่เกิดเหตุ เช่น โดรน และกล้องวงจรปิด เป็นต้น ขาดการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกิจกรรมลาดตระเวน เฝ้าระวัง ดับไฟป่า การบังคับใช้กฎหมาย การตั้งจุดตรวจ–จุดสกัด หรือเฝ้าระวังคนเข้าออกพื้นที่ป่า ฯลฯ สาเหตุต่าง ๆ ข้างต้น เป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่ส่งผลให้จังหวัดเชียงใหม่มีคุณภาพอากาศเกินเกณฑ์มาตรฐานกำหนดและประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย รวมถึงรายได้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดลดลง โดยเฉพาะกิจการด้านโรงแรม ร้านอาหาร

1.3.2 โครงการบูรณาการสิ่งแวดล้อมและสาธารณภัย เป็นโครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 งบประมาณรวมทั้งสิ้นจำนวนเงิน 41.87 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่

1) เพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ตอนบน 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมโทรมซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมเนื้อที่ 19,603 ไร่ แต่จากการตรวจสอบพบว่า หน่วยดำเนินการได้ปลูกป่าบางส่วนในพื้นที่ที่มีสภาพป่าสมบูรณ์อยู่แล้ว จึงไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนด

2) บูรณาการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย 10 กิจกรรมย่อย เช่น ปลูกจิตสำนึกการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า การพัฒนาและส่งเสริมการปลูกไผ่เพื่อเป็นพืชทดแทนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือตอนบน 2 และการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดปัญหาหมอกควัน จากการตรวจสอบพบว่า แม้บางกิจกรรมจะมีการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ก็ยังคงพบปัญหา เช่น แปลงสาธิตการปลูกไผ่ในบางพื้นที่ถูกไฟไหม้เสียหายถึงร้อยละ 95 และการปลูกพืชเศรษฐกิจบางชนิด เช่น อะโวคาโดและมะม่วง ในบางพื้นที่มีอัตราการรอดต่ำ คิดเป็นร้อยละ 2.81 และร้อยละ 58.18 ตามลำดับ

2. ปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สตง. ได้ตรวจสอบการดำเนินงานมหานครปลอดภัย ด้านปลอดมลพิษ ตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 20 ปี ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2556-2560) โดยกรุงเทพมหานครมีโครงการ/กิจกรรมภายใต้กลยุทธ์เฝ้าระวังปริมาณมลพิษในอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 5 โครงการ/กิจกรรม ได้แก่ โครงการจัดหาเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศติดตั้งบนเสาเหล็กและแบบเคลื่อนที่ โครงการจ้างเหมาตรวจวัดและซ่อมบำรุงสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงริมเส้นทางจราจร กิจกรรมแสดงผลคุณภาพอากาศและเสียงริมเส้นทางจราจร กิจกรรมตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียงในบรรยากาศด้วยรถตรวจวัดคุณภาพอากาศและเสียง และการจัดทำเอกสารเผยแพร่ความรู้ด้านการจัดการคุณภาพอากาศและเสียง และการอนุรักษ์พลังงาน วงเงินรวม 435.46 ล้านบาท โดยมีประเด็นผลการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการคุณภาพอากาศ พบว่าการดำเนินงานเพื่อเฝ้าระวังปริมาณมลพิษในอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด โดยการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบถาวรในแต่ละเขตพื้นที่ไม่มีความต่อเนื่อง และปริมาณมลพิษในอากาศที่ตรวจวัดได้ในปี 2560 และ 2561 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน ก๊าซโอโซน และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซต์ ขณะที่ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีผลการตรวจวัf ในปี 2560 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ แต่มีแนวโน้มแย่ลงในปี 2561 โดยมีข้อมูลค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ตรวจวัดได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานลดลงจากปีก่อน

3. ปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่ภาคการเกษตร

จากสถานการณ์การเผาอ้อยเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อยเข้าโรงงานระหว่างเดือนธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้มลพิษ ทางอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้น และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ซึ่งมีเป้าหมายลดการเผาอ้อยให้หมดไปภายในฤดูการผลิตปี 2566/2567 สตง. จึงได้เลือกตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้เพื่อลด PM 2.5 โดยได้นำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) มาใช้ร่วมกับการลงพื้นที่ โดยได้วิเคราะห์การเกิดจุดความร้อน (Hot Spot) และสภาพปัญหา PM 2.5 และการส่งอ้อยเข้าโรงงานของเกษตรกร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบผลการดำเนินงานและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ผลการตรวจสอบในภาพรวมพบว่า การลดการเผาเพื่อตัดอ้อยส่งโรงงานไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยตั้งแต่ฤดูการผลิต ปี 2562/2563 – ปี 2566/2567 มีปริมาณอ้อยไฟไหม้สูงกว่าเป้าหมายทุกฤดูการผลิต เช่น ฤดูการผลิต 2562/63 มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 49.65 และลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 29.64 ในฤดูการผลิตปี 2566/67 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 0

จากการตรวจสอบการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรตัดอ้อยสด พบว่า เกษตรกรที่ได้รับเงินช่วยเหลือยังคงใช้วิธีเผาอ้อยในฤดูการผลิตถัดมา เกษตรกรที่ยืมเครื่องสางใบอ้อยไปใช้งานยังส่งอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น หรือเกษตรกรที่ได้รับสินเชื่อ เพื่อจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ร้อยละ 81.03 ยังคงส่งอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานในฤดูการผลิตหลังจากที่ได้รับสินเชื่อ ในขณะที่โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ยังคงรับซื้ออ้อยไฟไหม้เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการผลิตน้ำตาล นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีการเผาใบและเศษซากต้นอ้อยหลังการเก็บเกี่ยว และหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากใบและยอดอ้อยเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชีวมวลได้ ซึ่งจากการดำเนินงานที่ไม่บรรลุเป้าหมายดังกล่าวส่งผลให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ไม่เกิดความคุ้มค่าและทำให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงมีความเสี่ยงที่จะได้รับมลพิษทางอากาศซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง สาเหตุเนื่องจากการตัดอ้อยสดในหลายพื้นที่มีข้อจำกัด เช่น แรงงานที่รับจ้างตัดอ้อยมีจำนวนจำกัด สภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการใช้รถตัดอ้อย รถตัดอ้อยมีจำนวนจำกัดและให้บริการยังไม่ทั่วถึง ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินโครงการและกิจกรรมภายใต้มาตรการยังขาดกิจกรรมที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการตัดอ้อยสดที่เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิธีการตัดอ้อย มาตราการหักเงินชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยไฟไหม้ในอัตรา 30 บาทต่อตัน ไม่ส่งผลในการตัดสินใจปรับเปลี่ยน รวมทั้งมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดปริมาณอ้อยไฟไหม้ที่โรงงานรับซื้อ เป็นเพียงการขอความร่วมมือโดยไม่มีสภาพบังคับ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินมาตรการและกลไกการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ปี 2562-2567 จากรายงานผลการตรวจสอบของ สตง. ที่ผ่านมา ได้สะท้อนถึงข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนที่ทำให้การใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่เกิดประสิทธิผลและไม่คุ้มค่า ดังนี้

1. มาตรการส่วนใหญ่ เป็นการดำเนินการที่ตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า บางมาตรการมีความล่าช้า หรือผลการดำเนินการยังไม่เกิดประสิทธิผลที่เป็นรูปธรรม
2. กิจกรรมที่ดำเนินการขาดการเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับพื้นที่ และส่งผลให้ขาดความต่อเนื่อง และไม่เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
3. กลไกการจัดทำงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้งบประมาณประจำปีของหน่วยงานงบประมาณจังหวัด และงบประมาณกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ยังไม่ได้ทำให้มาตรการที่นำไปปฏิบัติลงสู่พื้นที่เป้าหมายเกิดการบูรณาการกัน กิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่ได้สนับสนุนซึ่งกันและกันเท่าที่ควร หรือยังมีความไม่สอดคล้องในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบางกิจกรรมมีความซ้ำซ้อน
4. การบริหารจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ระหว่างหน่วยงานยังขาดระบบการทำงานบนฐานข้อมูลเดียว หรือขาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ส่งผลให้การแก้ไขปัญหายังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวในตอนท้ายว่า จากการตรวจสอบที่ผ่านมาข้างต้น สตง. ได้มีการแจ้งผลการตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบาย และในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิด และเกิดประสิทธิผลในการควบคุมสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลดผลกระทบด้านสุขภาพอนามัยที่มีต่อประชาชน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สตง. จะยังคงเป็นกลไกที่สำคัญในการตรวจสอบและติดตามผลการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างใกล้ชิด กล่าวคือ ตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายการตรวจเงินแผ่นดินให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นการเติบโตที่ยั่งยืน แผนย่อยการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมครอน ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามแนวทางการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และ สตง. ได้กำหนดแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายการใช้จ่ายเงินสำหรับโครงการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้ทราบว่า การใช้จ่ายเงินสำหรับโครงการฯ เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนปฏิบัติทางราชการหรือไม่ และให้มีการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทราบว่า การใช้จ่ายเงินตามโครงการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย รวมทั้งประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง สามารถลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลหรือไม่ ซึ่งหากมีความคืบหน้าของผลการตรวจสอบจะได้นำมานำเสนอให้ทราบในโอกาสต่อไป

**************************************

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

Tags: ติดตามปัญหาฝุ่น PM 2.5มลพิษทางอากาศวาระแห่งชาติสตง.สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ShareTweet

Related Posts

ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำองค์กรไทยที่ยั่งยืนสุดของโลก 8 ปีซ้อน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำองค์กรไทยที่ยั่งยืนสุดของโลก 8 ปีซ้อน

by ppat2508 ppat2508
14 พฤษภาคม 2026
0

ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำ...

SCGC ร่วมกับกระทรวงทรัพย์ฯ ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชายเลน มุ่งสู่ Nature Positive สร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางทะเล

SCGC ร่วมกับกระทรวงทรัพย์ฯ ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชายเลน มุ่งสู่ Nature Positive สร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางทะเล

by ppat2508 ppat2508
14 พฤษภาคม 2026
0

SCGC ร่วมกับกระทรวงท...

กินกล้วยอิ่มท้อง… แยกซองอิ่มบุญ ซีพี ออลล์ Kick-off โครงการ “คืนถุงกล้วย” นำร่อง Upcycling สู่เก้าอี้รักษ์โลก

กินกล้วยอิ่มท้อง… แยกซองอิ่มบุญ ซีพี ออลล์ Kick-off โครงการ “คืนถุงกล้วย” นำร่อง Upcycling สู่เก้าอี้รักษ์โลก

by ppat2508 ppat2508
11 พฤษภาคม 2026
0

กินกล้วยอิ่มท้อง… แย...

ซีพี ออลล์ รับรางวัล MEA ENERGY AWARDS 2025

ซีพี ออลล์ รับรางวัล MEA ENERGY AWARDS 2025

by ppat2508 ppat2508
28 เมษายน 2026
0

ซีพี ออลล์ รับรางวัล...

  • Trending
  • Comments
  • Latest

ขอเชิญชวน… ญาติธรรม.. ร่วมทำบุญสร้างถนนเข้าวัด “เส้นทางถนน สายบุญใหม่“

4 พฤษภาคม 2021
“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

“สมจิตร แว่นแก้ว” ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์ พร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ในวงการหมัดมวย และหลากหลายอาชีพ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ที่วัดทองหลาง จ.นครนายก

7 พฤศจิกายน 2022
อ.ส.ท. ฉลองครบรอบ 65 ปี ชวนเที่ยว “OSOTHO & FRIENDS Garden Fair”

อ.ส.ท. ฉลองครบรอบ 65 ปี ชวนเที่ยว “OSOTHO & FRIENDS Garden Fair”

8 สิงหาคม 2025

ซีพี ออลล์ ชี้แจงกรณีจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคา

0

โลตัส เปิดตัวโครงการ “ถุงคืนชีพ สร้างอาชีพ”

0

ผู้ว่าฯอยุธยา ตรวจเยี่ยมปฏิบัติการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในพื้นที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา

0
ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำองค์กรไทยที่ยั่งยืนสุดของโลก 8 ปีซ้อน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ย้ำองค์กรไทยที่ยั่งยืนสุดของโลก 8 ปีซ้อน

14 พฤษภาคม 2026
SCGC ร่วมกับกระทรวงทรัพย์ฯ ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชายเลน มุ่งสู่ Nature Positive สร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางทะเล

SCGC ร่วมกับกระทรวงทรัพย์ฯ ส่งเสริมการฟื้นฟูป่าชายเลน มุ่งสู่ Nature Positive สร้างสมดุลให้ระบบนิเวศทางทะเล

14 พฤษภาคม 2026
ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ รุกตลาดสุกรแปรรูปพรีเมียม ส่งแบรนด์ “CP Nippon”

ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ รุกตลาดสุกรแปรรูปพรีเมียม ส่งแบรนด์ “CP Nippon”

14 พฤษภาคม 2026
สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.54ปี)

Copyright © 2017 JNews.

Navigate Site

  • Home
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ข่าวล่าสุด

Follow Us

No Result
View All Result
  • Home
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • กิจกรรมและความเคลื่อนไหวสมาคมฯ
  • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวภูมิภาค
  • ข่าวสังคม

Copyright © 2017 JNews.